5 โรคยอดฮิต ของคนวัยทำงาน

Last updated: Dec 22, 2018  |  769 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

5 โรคยอดฮิต ของคนวัยทำงาน


                                       5 โรคยอดฮิต ของคนวัยทำงาน


คุณเป็นหนึ่งในหนุ่ม – สาววัยทำงานที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ทานอาหารไม่เป็นเวลา และมีปัญหาเกี่ยวกับสายตาและปวดเมื่อยบริเวณส่วนต่างๆของร่างกายหรือไม่ ?  หากคุณกำลังรู้สึกเช่นนั้น...  คุณมีโอกาสที่จะเป็น 1 ใน 5 โรคยอดฮิตของคนวัยทำงาน  มาลองทำความรู้จักกับ 5 โรคนี้กันดู  และจะรู้ว่ามันอยู่ใกล้ตัวคุณกว่าที่คิด


                                  5 โรคยอดฮิต ของคนวัยทำงาน









1.    โรคมะเร็ง
มะเร็งเป็นโรคยอดฮิตอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับหนึ่งมายาวนาน โดยมะเร็งที่พบมากที่สุดในชายไทย ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่วนมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิง ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม และมะเร็งตับ กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยข้อมูลอันน่าตกใจว่า โดยเฉลี่ยในทุก ๆ ชั่วโมง จะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งถึง 6 คน แม้ว่าในปัจจุบันวิวัฒนาการเครื่องมือแพทย์และยารักษาโรคจะพัฒนาก้าวหน้าไปมาก แต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะละเลยอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แสดงถึงความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง แล้วจึงมาพบแพทย์เมื่อมะเร็งอยู่ในขั้นลุกลามและยากต่อการรักษา วิธีป้องกันโรคมะเร็งที่ง่ายที่สุดคือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงตัวการที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง อาทิ การสูบบุหรี่ การกินอาหารปิ้งย่างบ่อย ๆ และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย และรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการต่อต้านเซลล์มะเร็ง เช่น เห็ดต่างๆ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เป็นต้น







2.    โรคความดันโลหิตสูง
คนปกติจะมีความดันเฉลี่ยอยู่ที่ 90-119/60-79 มม./ปรอท ส่วนผู้ที่อยู่ในภาวะความดันโลหิตสูง จะมีความดันสูงกว่า 140/90 มม./ปรอท โรคความดันโลหิตสูงเป็นบ่อเกิดของโรคอื่นๆอีกหลายโรค เช่น หลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจ โรคไต ฯลฯ เนื่องจากเมื่อความดันโลหิตสูง หลอดเลือดจะแข็งและตีบตามไปด้วย หัวใจจึงไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ตามปกติ สาเหตุที่ก่อให้เกิดความดันโลหิตสูง อาทิ พันธุกรรม การทำงานที่ผิดปกติของฮอร์โมน โรคอ้วน เนื้องอกในสมอง และโรคเครียด สาเหตุหลักที่พบมากในปัจจุบัน อาการระยะเริ่มต้นของโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ อาการวิงเวียนศีรษะ เจ็บหน้าอก ใจสั่น ปวดศีรษะติดต่อกันหลายวันโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ที่มีอาการควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยยา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน และพยายามไม่เครียด เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนที่ตามมาจากโรคความดันโลหิตสูง




 

3.    โรคเบาหวาน
เป็นอีกหนึ่งโรคยอดฮิตของคนทำงาน มีสาเหตุมาจากการที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนอินซูลินมากเกินไป ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ร่างกายจึงไม่สามารถใช้พลังงานจากน้ำตาลได้อย่างเหมาะสม ระดับน้ำตาลจึงคงเหลืออยู่ในกระแสเลือดสูงนั่นเอง ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจะมีอาการเริ่มต้น คือ ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย กระหายน้ำ เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นแผลง่าย เมื่อเป็นแล้วหายยากหรือมักติดเชื้อ อักเสบ และลุกลาม ผู้ที่มีอาการดังกล่าวนี้ควรหมั่นเช็คความผิดปกติของร่างกายและพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจและการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ ส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง ชอบทานอาหารหวานหรืออาหารที่มีไขมันสูง และไม่ออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นหนุ่ม-สาวออฟฟิศทั้งหลายควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และหมั่นออกกำลัง กายอย่างสม่ำเสมอ


 



4.    โรคหัวใจ
โรคหัวใจที่พบมากในผู้ใหญ่วัยทำงาน  ได้แก่ โรคหัวใจขาดเลือด อันเนื่องมาจากสาเหตุต่าง ๆ อาทิ หลอดเลือดแดงตีบและไขมันอุดตันในเส้นเลือด ผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีอาการน่าเป็นห่วงและควรไปพบแพทย์โดยด่วน ได้แก่ ผู้ที่มีอาการแน่นหน้าอก อึดอัดขณะออกกำลังกาย เดินเร็ว ขึ้นบันได เมื่อออกแรงทำกิจกรรมต่าง ๆ จะมีอาการเหนื่อยง่าย หอบ หายใจเร็ว ในรายที่รุนแรงอาจมีอาการหน้ามืดและหมดสติ ปัจจัยหลาย ๆ ประการที่ทำให้เกิดกล้ามเนื้อ หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และ ไขมันในเลือดสูง นอกจากนี้ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ยังได้แก่ การสูบบุหรี่ และภาวะกรนรุนแรงหรือภาวะหยุดหายใจระหว่าง หลับซึ่งมีหลักฐานชัดเจนแล้วว่าทำให้ผู้ป่วยขาดออกซิเจน เป็นผลให้หลอดเลือดเสื่อมเร็วและสามารถกระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ง่าย 






5.    โรคหลอดเลือดสมอง
คือการที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง เนื่องจากหลอดเลือดตีบ อุดตัน หรือแตก เนื้อเยื่อสมองจึงถูกทำลาย ส่งผลให้การทำงานของสมองหยุดชะงัก สาเหตุที่พบมากที่สุดที่ก่อให้เกิดภาวะสมองขาดเลือด ได้แก่ การเกิดลิ่มเลือดไหลไปอุดตันหลอดเลือดสมอง หรืออาจเกิดลิ่มเลือดในสมองแล้วมีขนาดใหญ่ขึ้นจนอุดตันหลอดเลือด อีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากไขมันสะสมในเส้นเลือด ซึ่งทำให้เส้นเลือดตีบจึงทำให้ประสิทธิภาพในการลำเลียงเลือดไปเลี้ยงสมองลดลง  ส่วนโรคหลอดเลือดสมองแตกนั้นส่วนมากพบในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง เมื่อหลอดเลือดเจอความดันจึงโป่งพองแล้วแตกออก ทำให้เลือดออกในสมอง ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ การป้องกันเบื้องต้นคือหมั่นตรวจเช็คอาการและพบแพทย์เป็นประจำ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด รักษาระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันอาการของโรคหลอดเลือดในสมองเบื้องต้นได้



สิ่งสำคัญในการหลีกเลี่ยงโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ รวมทั้งโรคยอดฮิตทั้ง 5 ประเภทนี้ก็คือ การหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รักษาสุขภาพด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารปิ้งย่างหรือของหมักดอง ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ ทำจิตใจปลอดโปร่งและไม่เกิดความเครียดสะสม ที่สำคัญคือการหมั่นตรวจเช็คอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย อาทิ ก้อนเนื้อ, อาการเจ็บป่วยเรื้อรังหรืออาการป่วยฉับพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ และอาจหาอาหารเสริมที่จะมาเป็นหนึ่งในตัวช่วยเติมสารอาหารสำคัญในแต่ละวันให้แก่คุณ



สมุนไพรต้าน 5 โรควัยทอง

 





สมุนไพรต้านมะเร็ง

โสม สมุนไพรจีนชนิดนี้นับเป็นสมุนไพรที่มีชื่อเสียงมากชนิดหนึ่ง ซึ่งมีสรรพคุณที่สำคัญ คือมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมซึ่งจะทำให้เซลล์เจริญเติบโตผิดปกติ จึงมีฤทธิ์ป้องกันโรคมะเร็งได้ และสามารถยืดอายุผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายได้ ส่วนใหญ่วิธีการรักษาด้วยเคมีบำบัดก็มักนำโสมมาใช้ด้วยเช่นกัน

เห็ดหลินจือ  นอกจากจะเป็นสมุนไพรที่มีรสหวานอร่อย สามารถแก้อาการอ่อนเพลีย ป้องกันโรคตับอักเสบจากการขับสารพิษออกจากร่างกาย ยังสามารถป้องกันโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็งได้อีกด้วย

เห็ดหอม  ขึ้นชื่อว่าเป็นพืชตระกูลเห็ด ย่อมมีประโยชน์ต่อร่างกาย มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพทย์ของประเทศสหรัฐอเมริการายงานว่า เห็ดหอมมีสารเลนติแนน และสารริทาดินีนที่ช่วยต้านเซลล์มะเร็งได้ด้วย โดยเฉพาะมะเร็งในลำไส้และมะเร็งในกระเพาะอาหาร

ถั่งเช่า เมื่อได้ยินชื่อสมุนไพรชนิดนี้ หลายคนคงเข้าใจว่ามีคุณสมบัติหลักในการเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศเพียงอย่างเดียว แต่ความเป็นจริงแล้ว ถั่งเช่ายังมีสรรพคุณช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง บำรุงร่างกาย และช่วยในการทำงานของอวัยวะต่างๆของร่างกายให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น



สมุนไพรต้านเบาหวาน
เห็ดหลินจือ อีกหนึ่งสุดยอดสมุนไพรจีนล้ำค่าที่อุดมไปด้วยสรรพคุณทางยา ไม่เพียงแต่มีประโยชน์ในการรักษาโรคมะเร็งเท่านั้น ยังมีคุณกับผู้ป่วยโรคเบาหวานอีกด้วย เนื่องจากในเห็ดหลินจือมีสารกลุ่ม Polysaccharide  ซึ่งที่มีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน อีกทั้งยังช่วยให้น้ำตาลที่อยู่ในเลือดถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย และทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง 

ชาเขียว  ในชาเขียวมีสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลัง ที่ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานอีกด้วย เพราะสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยส่งเสริมการทำงานของอินซูลิน แถมยังเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยในการลดน้ำหนัก




สมุนไพรต้านความดัน

กระชายดำ  เป็นสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน ขม เป็นยาอายุวัฒนะ นอกจากจะใช้เป็นยาแก้ปวดท้อง ทำให้กระชุ่มกระชวย บำรุงความกำหนัด และช่วยระบบการย่อยอาหารให้ทำงานได้ดีแล้ว กระชายดำช่วยระบบการหมุนเวียนของโลหิต มีผลขยายหลอดเลือด จึงช่วยลดความดันโลหิตได้เป็นอย่างดี

กระเทียม ลิซินในกระเทียม ช่วยเพิ่มการสร้างไนตริกออกไซด์ ซึ่งมีผลขยายหลอดเลือด ทำให้ความดันลดลง แต่ควรระวังการทานกระเทียมและขิงในรูปแบบสารสกัด หรือการรับประทานในปริมาณมากในผู้ป่วยที่มีการทานยาละลายลิ่มเลือดร่วมด้วย เพราะอาจมีผลเพิ่มฤทธิ์ยาละลายลิ่มเลือด ทำให้ลิ่มเลือดละลายมากกว่าปกติ

บัวบก เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากบัวบกทำให้การไหลเวียนของเลือดทั้งในหลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยมีการไหลเวียนดีขึ้น มีคุณสมบัติขยายหลอดเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี จึงสามารถลดความดันโลหิตได้

เห็ดหลินจือ มีสารสำคัญที่ช่วยลดความดันโลหิต และลดไขมันในเลือดคือ กรดกาโนเดอริค ที่มีอยู่ในเห็ดหลินจือทำหน้าที่ยับยั้งการรวมตัวของเกร็ดเลือด นอกจากนี้ยังพบอีกว่า เห็ดหลินจือมีสารอัลคาลอยด์ ซึ่งสารชนิดนี้จะทำหน้าที่ลดแรงเสียดทานในผนังของเส้นเลือดของหัวใจได้




สมุนไพรต้านโรคหลอดเลือดสมอง

ข้าวกล้องงอก ซึ่งมีสาร “กาบา” ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทในระบบประสาทส่วนกลางมากกว่า มีใยอาหารที่ช่วยลดไขมันในเลือด วิตามินอี ไนอะซิน กรดอะมิโนไลซีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 และแมกนีเซียม มีการศึกษาที่ระบุว่าข้าวกล้องงอกสามารถป้องกันการตายของเซลล์ประสาทในสมอง นอกจากนี้ยังช่วยให้ความจำดีขึ้นได้

ถั่งเช่า สาร Cordycepin ในถั่งเช่า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนโลหิต นอกจากนั้นในถั่งเช่ายังมีสาร Adenosine ช่วยต้านการแข็งตัวของเลือด ต้านการเกิดลิ่มเลือดในร่างกาย ลดโอกาสการอุดตันของหลอดเลือดในสมองได้





สมุนไพรต้านโรคหัวใจ

เห็ดหลินจือ มีสารเยอมาเนียม ที่จะช่วยเข้าไปเพิ่มออกซิเจนในเลือดและช่วยสลายลิ่มเลือดไม่ให้อุดตันได้ ทั้งยังช่วยสลายไขมันและคอเรสเตอรอลที่อุดตันตามผนังหลอดเลือด ทำให้ร่างกายมีออกซิเจนในกระแสเลือดมากขึ้น จึงส่งผลต่อการทำงานของหัวใจได้ดีขึ้น

กระเทียม มีสรรพคุณช่วยลดระดับไขมันเลวในเลือด ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ และเพิ่มระดับของไขมันชนิดดี ลดความดันโลหิตสูง ลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ป้องกันผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัวได้ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคระบบหลอดเลือดหัวใจได้
                                                                                                                                  


ใครที่กำลังย่างเข้าสู่วัยทอง และกำลังถูกโรคภัยรุมเร้า ลองหันมาให้ความสำคัญในการเลือกรับประทานสมุนไพรธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค ไม่มีสารเคมีตกค้าง และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายแม้จะรับประทานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ลองดูนะคะ รับรองว่าดีกว่ามาจ่ายค่ารักษาตัวทีหลังอย่างแน่นอน

 

https://www.lazada.co.th/shop/healthy-247
https://shopee.co.th/healthy247
https://www.forevagoodhealth.com/
https://www.facebook.com/forevaforyou/
https://twitter.com/forevagoodheal1
https://forevathailand.blogspot.com/
https://www.instagram.com/foreva.thailand
https://plus.google.com/u/1/107612118363634663905
ฟอร์รีว่า foreva อาหารเสริม เบาหวาน ถั่งเช่า ผสมโสม เห็ดหลินจือ และกระชายดำ ช่วยดูแลร่างกายแบบองค์รวม ลดน้ำตาล ลดเบาหวาน ลดความดัน ฟื้นฟููสมรรถภาพร่างกายและชะลอวัย


 

Powered by MakeWebEasy.com